เกี่ยวกับพระเครื่อง

ประวัติการสร้างวัตถุมงคลในพุทธศนาบนแผ่นดินไทย มีการสันนิษฐานว่าน่าจะมีการสร้างภายหลังการสร้างพระพุทธรูป ราวปี พ.ศ. 500 ดังหลักฐานที่มีปรากฎในสมัยทวารวดี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นรูปสมมุติแทนการสิ่งระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า  ในเวลาต่อมา รัชกาลที่ 5 ทรงสั่งเครื่องจักรจากยุโรปเพื่อผลิตเหรียญกษาปณ์ จึงเริ่มมีการผลิตเหรียญของพระอาจารย์ที่พิมพ์แบบจากเครื่องงจักร ทำให้เรียกพระพิมพ์เหล่านี้ว่า พระเครื่อง ในเวลาต่อมา 

          ส่วนใหญ่พระเครื่องที่สร้างขึ้นจะมีขนาดเล็ก เหตุที่เป็นเช่นนั้นพราะหากพุทธศานาเสื่อมลงหรือพุทธสถานต่าง ๆ พังทลายลง จะยังคงมีพระเครื่องเป็นรูปสมมุติแทนองค์พระพุทธเจ้า สืบทอดความเจริญรุ่งเรืองต่อไป ต่อมาคนโบราณนิยมนำมาเป็นเครื่องรางเพื่อให้รอดพ้นอันตรายจากการอกศึกสงคราม สืบเนื่องมาในปัจจุบันนิยมนำมาห้อยคอเพื่อคุ้มครองป้องกันภัย 

          พระเครื่องในประเทศไทยมีการสร้างขึ้นในหลายลักษณะ ทั้งการจำลองรูปเคารพขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือรูปลักษณะของเกจิอาจาย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง บ้างนำไปทำเลื่อมกรอบห้อยคอ หรือกลัดติดกระเป๋า ส่วนพระบูชา มักจะมีขนาดใหญ่กว่า นิยมนำมาตั้งบูชาอยู่ในบ้านเรือนหรืออยู่กับวัดวาอารามต่างๆ

พระเครื่องรางที่เป็นที่นิยม

– พระกรุต่างๆ (ที่ขุดได้จากพุทธเจดีย์ โบราณสถาน) เช่นพระสมัยทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย กำแพงเพชร อู่ทอง อยุธยา รัตนโกสินทร์ 

– พระสมเด็จ เช่น พระสมเด็จวัดระฆัง พระสมเด็จบางขุนพรม พระสมเด็จเกศไชโย พระสมเด็จปิลันทร์ พระสมเด็จวัดหลวงปู่ภู พระผง ๙ สมเด็จเป็นต้น 

– พระสมเด็จจิตรลดา

  – พระสมเด็จนางพญา สก.วัดบวรนิเวศวิหารพระสมเด็จนางพญา วัดบวรนิเวศวิหาร มวลสารจิตรลดา 

 – หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด

– เหรียญที่ระลึกรูปพระพุทธรูป เช่น หลวงพ่อโต (อยุธยา) พระพุทธชินราช หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดบ้านแหลม หลวงพ่อวัดเขาตะเครา 

– เหรียญที่ระลึกรูปพระเกจิอาจารย์ (รูปพระภิกษุสงฆ์) เช่น หลวงปู่ศุข หลวงปู่เอี่ยม หลวงพ่อฉุย เป็นต้น 

– เหรียญหล่อ เช่น หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก หลวงพ่อเงิน บางคลาน เป็นต้น 

– พระปิดตา (พระภควัมบดี)เช่น หลวงปู่โต๊ะ หลวงปู่ทับ หลวงปู่นาค เป็นต้น 

 – พระกริ่ง/พระชัย เช่น พระกริ่งวัดสทัศน์ เป็นต้น 

– พระของขวัญวัดปากน้ำ หลวงพ่อสด พระมงคลเทพมุนี 

– พระอื่นๆ เช่น หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก เป็นต้น

ประเภทของพระเครื่อง มีดังนี้

1. พระเนื้อผง พระที่หลวงพ่อวัดที่บดผงสร้างเป็นพระ หรือจ้างโรงงานปั๊มพระออกมาเป็นในรูปแบบที่ต้องการ เช่นพระสมเด็จ

2. พระเนื้อดิน พระที่สร้างมาเก่าแก่แต่โบราณ หรือพระเกจิสร้างด้วยเนื้อดิน จะผสมอะไรก็แล้วแต่วัดนั้นๆ แล้วก็เผา จนสุก เช่นพระขุนแผนบ้านกร่าง นางพญา พิษณุโลก เป็นต้น ถ้าพระเจิก็เช่นหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

3. พระเนื้อชิน(อโลหะ) ก็คือพระที่เป็นพระเนื้อโลหะอ่อนๆผสมกัน เช่นเงิน ทอง จ้าวน้ำเงิน ตะกั่วเถื่อน ผสมกันตามสูตรแบบโบราณเขา แล้วฝังกรุ คนไปขุดพบขึ้นมาก็นำมาแขวนหรือขาย เช่นพระร่วง พระมเหศวร ส่วนพระเกจิเก่าๆ สร้างไว้ก็มีมากมาย ส่วนมากจะเป็นทางสายสุพรรรบุรี เช่นหลวงพ่อเนียม วัดน้อย

4. พระเนื้อว่าน ของเก่าเป็นพระกรุ เช่น พระเนื้อว่านหน้าทอง ทองแท้ ส่วนเนื้อว่านของพระเกจิที่ดังๆ เช่น หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว

5. พระเนื้อโลหะ เช่นพระรูปหล่อ เหรียญต่างๆ พระกริ่ง พระบูชาตามยุคต่างๆ เชียงแสน อู่ทอง อยุธยา รัตนโกสินทร์ ฯลฯ

6. รูปถ่าย ล๊อกเก็ต รูปถ่ายพระเก่าๆดีๆเก่งๆคนนิยมนำมาบูชา หรือวัดสร้างขนาดแขวนคอ นำมาแขวนคอได้ไม่ขัดเขิน

7. เครื่องรางของขลัง ของที่มีลักษณะไม่ใช่รูปแทนองค์พระ แต่จะมีลักษณะต่างออกไป เช่นกะตุด(ตะกรุด) ผ้ายันต์ เบี้ยแก้ พิรอดแขน(บางที่เรียกตะคต) ไม้ครู เขี้ยวเสือ สิงห์งาแกะ ลูกอม ลูกสะกด อีกมากมายสารพัด

ที่มา : https://www.somjook.com